ผลจากการถูกแสงแดดเป็นอย่างไร

กันยายน 6th, 2012

          สำหรับอากาศที่บ้านเรานั้น จัดได้ว่าร้อนมากเลยทีเดียวไม่ว่าจะเป็นแสงแดดที่ส่งมาทำให้เราไปไหนมาไหนก็ต้องโดนแสงไม่สามารถที่จะหลีกเลี่ยงได้เลย ด้วยความจำเป็นบางครั้งต้องถูกแสงแดดเป็นเวลานานๆ อาจจะทำให้ผิวหนังของเรานั้นเสีย หมองค้ำ ดำไปเลย หรือว่าหากสูงบ่อยๆ ไปนานๆ เกิดการสะสมแล้ว ผิวเราจะบางอย่างที่สัมผัสได้ ไหม้เกรียมเป็นน้ำตาลเกิดการพอง หรือเป็นมะเร็งไปเลยก็ได้ ดังทีบอกออกไปไหนมาไหนเราก็จะต้องจอแสงไฟเองก็ทำร้ายเราได้ การป้องกันก่อนที่จะโดนแสงแดดก็เป็นสิ่งจำเป็นเอามาดูผลเสียหากได้ถูกแดดนานๆ ว่าจะเป็นยังไงบ้าง การถูกแสงแดดโดยตรงนั้นมีผลทำให้เกิดอาการทั้งแบบเฉียบพลันเป็นลักษณะที่ไหมเกรียมปวดแสบปวดร้อน อาจจะมีตุ่มขึ้น ตามบริเวณผิวหนังที่โดยแสงมาก บางรายอาจจะผิวลอกออกก็มี เนื่องจากแสงอัลตร้าไวโอเลตมีความร้อนสูงมากสำหรับคนที่มีอาการเป็นตุ่มขึ้นนั้นจะหายไปเองเมื่อไม่สัมผัสกับแสงแดด อาจจะมีผิวลอกออกมาในเมื่อผ่านไป 2 – 3 วัน ในผู้ป่วยที่มีอาการแพ้ อาจจะเป็นลมแดด มีอาการภายในเป็นไข้ อาเจียน หมดสติไปเพราะฉะนั้นแล้วพยายามป้องกันจากแสงแดดหากต้องสัมผัสต้องป้องกันไม่ว่าจะใส่เสื้อผ้าหนาๆ ใส่หมวก ครีมกันแดดเป็นต้น


วิธีการกำจัดสิวที่แผ่นหลัง

สิงหาคม 29th, 2012

 

  • ควรดูแลรักษาความสะอาดเกี่ยวกับเสื้อผ้า  ให้เสื้อผ้าสะอาดและควรดูแลเรื่องน้ำยาปรับผ้านุ่มด้วยเพราะว่าคนมีอาการแพ้                                                                                            ลองเลิกใช้แล้วใช้สารส้มในน้ำสุดท้ายแทน
  • สบู่ควรเลือกที่มีน้ำหอมน้อยๆ และกำจัดแบคทีเรีย  รวมไปถึงแชมพูต่างๆ ที่เราใช้บางครั้งเราอาจจะไม่ค่อยดูแลว่าใช้ใน                                                                                   ส่วนของบนศรีษะของเรานั้นไม่น่าจะเกี่ยว  แต่ไม่ว่าจะขั้นตอนการล้างหรือว่าผมเราไปโดนหลังก็อาจจะทำให้เกิดสิวขึ้นมาได้                                                                                                 ให้ลองเปลี่ยนมาใช้แชมพูอ่อนๆ ที่ใช้สำหรับเด็กดู
  • การดูแลสุขภาพจิตที่ดีช่วยให้ลดสิวทั้งแผ่นหลังและใบหน้าด้วย  สาเหตุคือเมื่อเราเครียดแล้วจุรินทรีย์บนผิวหนังก็จะลดลง                                                                                             จึงทำให้เกิดสิวได้ง่าย  ควรดูแลสุขภาพจิตเราด้วย
  • ไม่ควรอาบน้ำที่อุ่นจัดมากไป  ถ้าจะอาบควรให้พอดีๆ  ไม่ร้อนมากเพราะอาบน้ำร้อนทำให้รูขุมขนกว้างมากขึ้นและมีการผลิต                                                                                                ไขมันเพิ่มมากขึ้นด้วย
  • มีอุปกรณ์ในการอาบน้ำอย่างเช่นสิ่งที่สามารถขัดผิวหนังต่างๆ ได้อย่างเช่นฟองน้ำขัดผิว  เพื่อที่จะให้ผิวสะอาดมากยิ่งขึ้นด้วย


เลือกอาหารให้เหมาะกับผิว

พฤษภาคม 20th, 2012

          โดยปกติทั่วไปแล้วเราได้รับประทานอาหารเข้าไปนั้นเป็นการช่วยเสริมในเรื่องสุขภาพผิวเป็นอย่างมากและเป็นการเสริมจากภายในที่สำคัญ ดังนั้นแล้วเราควรรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่เพื่อทำให้ร่างกายแข็งแรงและยังช่วยให้เราผิวสวยขึ้น ดูอ่อนกว่าวัยได้ ซึ่งการรับประทานอาหารเข้าไปนั้น หากคุณมีผิวหรือปัญหาผิวควรที่จะเน้นกับอาหารชนิดใดแบบใด krabork.com ของเรานั้นมีคำตอบให้ครับผิวแห้ง : ส่วนใหญ่จะเป็นลักษณะที่ขาดไขมัน ควรรับประทานอาหารที่มีวิตามินเอ เช่น พริก บักบุ้ง และไขมันที่พอเหมาะ อย่างเช่น นม นมถั่วเหลืองผิวมัน : ควรทานประเภทแครอท น้ำผักผลไม้ต่างๆ รวมไปถึงวิตามินบี 2จุดด่างดำต่างๆ : ควรทางถั่วต่างๆ อาหารที่มีกรดโฟลิค เครื่องในสัตว์ ผักสีเขียว วิตามิน เอ บี 3 และเอผิวหยาบกร้าน : นม น้ำมันตับปลา หรืออาหารที่มีน้ำมันจากพืช ผักใบเขียวต่างๆต้องการมีผิวสีชมพู : ต้องรับประทานอาหารพวกโปรตีน เหล็ก ยีสต์ แบคทรีเคิล ควรรักษาสุขภาพให้แข็แรง การออกกำลังการด้วยต้องการผิวดูอ่อนกว่าวัย : ควรทานอาหารที่มีวิตามิน ซี ดี อี และสังกะสี ให้มากๆใต้วงแขนมีเนื้อขรุขระ : นั้นเป็นเพราะว่าขาดวิตามมิน อี และ เอ



น้ำกับผิวของเรา

พฤษภาคม 14th, 2012

คนเรานั้นไม่สามารถถอดได้ทนกว่าอดอาหาร น้ำจึงมีความสำคัญรองจากอากาศเลยทีเดียว หากขาดน้ำหลายวันผิวพรรณจะซูบซีดไม่มีเรี่ยวแรงอย่างรวดเร็วน้ำ เป็นปัจจัยสำคัญต่อสิ่งมีชีวิตทุกชีวิตเลยทีเดียวเพราะนั้นจะเข้าไปช่วยหล่อเลี้ยงอวัยวะส่วนต่างๆ ของร่างกายให้อย่างคล่องตัวทำให้ร่างกายสดชื่น ชุ่มฉ่ำ โลหิตไหลเวียนดีร่างกายเราจะมีการเรียกร้องโดยอัตโนมัตื เมื่อต้องกานน้ำ หรือกำลังขาดน้ำนอกจากน้ำจะช่วยให้ทุกส่วนทำงานได้สอดคล้องกันดีแล้วยังช่วยควบคุมอุณหภูมิของรางกายให้คงที่ ฉะนั้นคนเราจึงควรได้รับน้ำในปริมาณเพียงพอทุกวันบางคนอาจเคยได้ยิน คนพูกว่าให้ดื่มน้ำมากเพราะว่าการดื่มน้ำมากเท่าไรก็ไม่มีโทษ แต่น้ำนั้นต้องบริสุทธิ์ สะอาด ผ่านการฆ่าเชื่อโรคมาแล้วน้ำดื่มที่บริสุทธิ์สะอาด ช่วยสร้างความชุ่มฉ่ำให้กับร่างกายรวมทั้งผิวพรรณของคุณก็สดใส เปล่งปลั่ง ยิ่งดื่มน้ำมากเท่าไหร่ น้ำก็ช่วยขับของเสียออกได้มากขึ้น ของเสียที่ถูกขับจะออทางรูขุมขน ที่เราเรียกว่าเหงื่อ ขับออกมาทางปัสสาวะน้ำจึงน้ำหน้าที่เหมือนตัวล้างพิษ ล้างของเสียออกจากร่างกายนอกจากจะช่วยหล่อเลี้ยงร่างกายแล้ว จะสังเกตไดว่าเมื่อเราดื่มน้ำมากๆ ก็สามารถอุจจาระได้คล่อง ระบบการย่อยอาหารไม่ติดขัดบุคคลทำงาน ซึ่งต้องสูญเสียเหงื่อมากอย่างเช่น กรรมกร แบกหาม คนงานก่อสร้าง จะต้องต้องการน้ำมากกว่าบุคคลที่ทำงานไม่ไช่แรง


วิธีการขจัดกลิ่นปาก

พฤษภาคม 11th, 2012

 1. ดูแลใส่ใจสุขภาพในช่องปากให้ดี  ด้วยการแปลงฟันอย่างน้อยวันล่ะสองครั้ง  เช้าและก่อนนอน  หรือแปลงฟังทุกครั้งหลังอาหารก็จะช่วยทำให้ไม่เกิดการสะสมของเศษอาหารในช่องปาก

  1.  โคนลิ้นเป็นที่อยู่ของแบคทีเรีย  อาจจะทำให้เกิดกลิ่นปากได้  การทำความสะอาดโคนลิ้นทุกครั้งหลังที่แปลงฟัน  จึงมีความสำคัญมาก  โดยใช้แปลงสีฟัน  หรือแปลงทำความสะอาดลิ้นโดยเฉพราะก็จะได้ผลดี
  2.  หลังแปลงฟันตอนก่อนนอน  ควรที่จะกลั่วปากด้วยน้ำยาทำความสะอาดทุกครั้ง  เพราะว่าน้ำยาจะเคลือบอยู่ในปากเราได้นานในเวลานอน  นอกจากนี้  ยังเป็นการช่วยลดกลิ่นปากในเวลานอนที่มีน้ำลายหลั่งออกมาน้อยได้อีกด้วย
  3.  น้ำจะช่วยล้างแบคทีเรียที่ออมาจากน้ำลาย  ถ้าเราปล่อยให้ปากแห้ง  แบททีเรียในปากก็จะเพิ่มจำนวนขึ้น  ทำให้เกิดกลิ่นปาก  เพราะฉะนั้นในแต่ละวัน  เราจึงต้องดื่มน้ำให้เพียงวพอ
  4.  ควรงดอาหารที่มีส่วนผสมของกระเทียม  หอมใหญ่  เนยแข็งพริกไทย  และอาหารที่ให้เกิดกลิ่นฉุน
  5. ผักชีฝรั่งที่ใช้โรยหน้าอาหารนั้น  มีประโยชน์มากกว่าที่คิด  เพราะมันจะเป็นตัวช่วยระงับกลิ่น  ปากหลังมื้ออาหารได้เป็นอย่างดี
  6. 6. ใบสะระแหน่  หรือใบมิ้นท์  ก้เป็นผักอีกชนิดหนึ่ง  ที่สามารถช่วยให้ลมหายใจของเรา  หอมสดชื่นขึ้นได้  การพกหมากฝรั่งหรือลูกอมกลิ่นมิ้นท์ติดตัวได้  จะช่วยเรื่องกลิ่นปากได้เยอะ  แต่ต้องเป็บแบบไม่มีน้ำตาลนะครับ  จะฟันผุครับ
  7. ควรรับประทานอาหารให้ครบทั้งห้าหมู่  รับประทานอาหารที่มีใยอาหารมากๆ  เพราะการรับประทานอาหารที่ดีนี่แหละ  ที่จะช่วยให้ร่างกายสามารถ                                                                    ทำงานได้อย่างปกติ
  8. เลิกไปเลยดีกว่าสำหรับพวกชา  กาแฟ และเครื่องพวกที่มีแอลดฮอล์ทุกชนิด  รวมไปถึงการสูบบุหรี่ด้วย  เพราะว่าการบริโภคสิ่งเหล่านี้  อาจจะทำ                                                            ให้สุขภาพในช่องปากไม่ดีได้
  9. ควรไปพบแพทย์  เพื่อตรวจเช็คสุขภาพฟันทุกหกเดือนเพื่อรักษาสุขภาพปากและฟันให้ดีที่สุด


อยากให้หน้าสวยนานๆ ต้องทำแบบนี้

มิถุนายน 14th, 2011

1.ไม่บีบ กด เกะ ทำร้ายสิวโดยเด็ดขาด  เพราะเสี่ยงกับการสร้างรอยช้ำหรือรอบแผลเป็นผิวได้ง่ายที่สุด  เวลามีสิวควรแต้มยาสลายหัวหิวอุดตันลงไป  แล้วปล่อยให้ตัวยาทำหน้าที่ละลายสิวทิ้งเอง  หน้าจะได้เนียนเรียบหลังจากสิวหายแล้ว

2.เลือกผลิตภัณท์ทำความสะอาดผิวอย่างอ่อนโยน  โดยดูจาดสภาพผิวขิงตัวเองเป็นสำคัญ  ผลิตภัณท์ทำความสะอาดที่แรงเกินไปจะทำร้ายผิวหน้าให้แห้งกร้าน  แต่ถ้าอ่อนเกินไปก็จะล้างหน้าไม่สะอาดหมดจดอีกนั่นลั่ะ  จึงต้องเลือกที่ตรงกับสภาพของเราถึงจะดีที่สุด 3. ไม่เข้านอนทั้งๆ  ที่เครื่องสำอางยังเต็มหน้า  ตอนกลางคืนเป็นเวลาที่ผิวจะได้ผักผ่อน  แต่ใครยังทิ้งเครื่องสำอางเอาไว้ในรูขุมขนก็จะถูกปิดกั้น  ทำให้ออกซิเจนที่ควรจะเป็นอาหารผิดผ่านเข้าไปไม่ได้  หน้าของคนชอบแต่งขี้เกียจล้างจะโทรมลงถึง 10% แถมต้องใช้เวลาฟื้นฟูอย่างน้อย 3 วันกว่าจะกลับสู่สภาพเดิม

4.ทาครีมกันแดดเป้นประจำทุกวัน  ไม่ว่าจะออกนอกบ้านหรือไม่ก็ตาม  อย่าคิดว่อยู่ไกล้บ้านแล้วรังสียูวีทำอะไรคุณไม่ได้  เพราะแค่เราเปิดไฟฟ้า  ดูทีวี  หรือเล่นคอมพิวเตอร์  ตัวร้ายทำลายผิวก้แทรกซึมเข้ามาได้แล้ว

5.ไม่สูบุหรี่  เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ควันจากบุหรี่นิโคตินเข้ามาทำร้ยผิว  และการห่อปากดูดบุหรี่เป็นประจำจะทำให้รอยปาดคุณมีรอยย่นลึก  ฟันเหลือง  หมดสวย 6.บอกลาเหล้า เบียร์  และเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์จะทำให้เส้นเลือดฝอยพองตัวจนแตกออก  ไปหล่อเลี้ยงผิวไม่ได้  ทำให้ผิวแห้งกร้าน  รอยเหี่ยวย่น รอยตีนกา  จุดด่างดำ  จะพาเหรดมากันจนนับไม่ทันเลย

7.การขัดผิวเป็นประจำอย่างน้อยอาทิตย์ล่ะครั้ง  จะช่วยขจัดเซล์ผิวเก่าออกไปแล้วจะกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่ขึ้นมาแทน  ช่วยให้ผิวนุ่มนวล  

สร้างเซลล์ผิวใหม่ขึ้นมาแทน  ช่วยให้ผิวนุ่มนวลสร้างเซลลืผิวใหม่ขึ้นมาแทน  ช่วยให้ผิวนุ่นนวลเนียลใส  และยังลดการเกิดสิวอุดตันได้อีกด้วย

8.ทำให้ให้สบาย  บอกตัวเองว่าถึงงานจะหนักปัยหาชัวิตรุมเร้าก็ต้องไม่เครียด  ความเครียดเป็นเพชฌฆาตเงียบที่จะย่องเข้ามาบ่อยๆ  

มักจะผมร่วงสมองกับหัวใจทำงานหนัก  ผิวแห้งไม่มีน้ำมีนวลหน้าตาแก่ก่อนวัย  ซ้ำสิวยังขึ้นเอาๆ  เพราะฮอร์โมนในร่างกายแปรปรวนตลอดเวลา

9.ดื่มน้ำเปล่าให้เป็นนิสัย  น้ำอื่นๆ  มักจะมีน้ำตาลเป็นส่วนประกอบ  แต่สำหรับน้ำเปล่า  มั่นใจได้เลยได้ว่าคุรได้รับน้ำสะอาดเข้าไปซะล้างสารพิษ

เติมความชุ่มซื้นให้ผิวหนัง  ปรับสมดุลให้ร่างกายโดยไม่มีน้ำตาบแถมมาให้เสียอารมร์ ขอบอขบคุณ นิตยสาร  ”Spicy”



ดูฉลากโภชนาการให้เป็น

กรกฎาคม 20th, 2010

            ตามข้างกล่อง  ข้างถุง  หรือข้างกระป๋องของอาหารต่างๆ  ที่เราซื้อมานั้น  หากใครลองมาจับพลิกดูคงจะเป็นกรอบสี่เหลี่ยมที่เขียนเอาไว้ว่า “ข้อมูบโภชนาการ”  ซึ่งก็คือการแสดงข้อมูลโภชนาการของอาหารนั้นๆ  ในรูปของชนิดและปริมาณสารอาหาร  นอกเหนือไปจากการระบุชื่อที่อยู่ผู้ผลิต  วันผลิต  น้ำหนักสุทธิ  ที่ต้องระบุอยู่แล้ว   โดยข้อมูลโภชนาการนี้มีทั้งแบบเต็มและแบบย้อด้วย

                บางคนอ่านเจ้าข้อมูลโภชนาการแล้วก็ยังงงๆ  อยู่  ไม่รู้ว่าหมยาถึงอะไร “108 เคล็ดกิน”  จึงจะมาไขข้อข้องใจในฉลากโภชนาการแบบย่อให้ฟังกัน  เริ่มจาก”หนึ่งหน่วยบริโภต”  ก็หมายถึงปริมาณการกินหรือดื่มต่อครั้ง  เช่น  หนึ่งหน่วยบริโภค : 1  กล่อง  (160 กรัม) หมายถึงกินครั้งละ 1 กล่องหรือ 160 กรัม  แต่ถ้าเขียนว่าหนึ่งหน่วยบริโภค : 5 ลูก (150 กรัม) หมายถึง  ห่อ  ขวด  หรือกล่องนี้กินได้กี่ครั้ง  เช่น  จำนวนหน่วยบริโภคต่อกล่อง: 1 หมายความว่า  สามารถกินหมกกล่องภายใน 1 ครั้ง  แต่ถ้าเขียนว่า  จำนวนหน่วยบริด๓คต่อกล่อง : 3 ก็หมายความว่า 1 กล่องให้แบ่งกินได้ 3 ครั้ง

                ส่วน “คุณค่าทางโภชนาการต่อหนึ่งหน่วยบริโภค”  หมายถึงเมื่อกินตามปริมาณที่ระบุไว้หนึ่งหน่วยบริโภคแล้วจะได้รับพลังงานและสารอาหารอะไรบ้างในปริมาณน้ำหนักจริงเท่าใด  และปริมาณที่กินนี้คิดเป็นร้อยละเท่าไรของปริมาณที่ควรกินได้รับต่อวัน “ร้อยละของปริมาณที่แนะนำต่อวัน”  หมายถึง  สารอาหารที่ได้รับจากการกินแต่ละครั้งตามปริมาณที่ระบุไว่ในหนึ่งหน่วยบริโภคคิดเป็นสัดส่วนเท่าใดของปริมาณที่ระบุไว้ในหนึ่งหน่วยบริโภคคิดเป็นสัดส่วนเท่าใดของปริมาณที่ควรได้รับต่อวัน เช่น  ถ้าปริมาณอาหารที่กินต่อครั้งให้คาร์โบไฮเรต 8%  ของปริมาณที่แนะนำให้กินต่อวัน  ก็ต้องกินคาร์โบไฮเดรตจากอาหารอื่นๆ  อีก 92% และสุดท้าย  “Thai                                                                                                                                     RDT”  หมายถึง  ปริมาณสารอาหารที่แนะนำให้กินต่อวันสำหรับคนไทย 6 ปีขึ้นไป  เช่น  วันหนึ่งๆ  ควรได้รับคาร์โบไฮเครตประมาณ 300 กรัม                                                                                                                                                                                       ไขมันน้อยกว่า 65 กรัม  เป็นต้น




 

โฆษณาโดย Google